ปัจจุบันนี้การต่อทะเบียนรถยนต์หรือการชำระภาษีรถยนต์ประจำปีนั้น ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปด้วยตัวเอง สามารถต่อผ่านช่องทางเว็บไซต์ทั้งของกรมการขนส่งทางบก หรือของโบรกเกอร์เอกชนที่น่าเชื่อถือ ซึ่งให้บริการต่อทะเบียนรถฟรี!ค่าบริการ “ย้ำว่า” (ต้องฟรีค่าบริการเท่านั้น) ที่ไหนเก็บเงินแพงๆอย่าไปทำครับ

โดยขั้นตอนการชำระภาษีต่อทะเบียนรถก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย เพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วทำตามขั้นตอนที่ผู้ให้บริการแนะนำเท่านั้น คุณก็ชำระภาษีต่อทะเบียนรถเรียบร้อย สะดวก รวดเร็ว หรือหากคุณซื้อประกันรถกับโบรกเกอร์อยู่แล้วหากเขาอำนวยความสะดวกรับต่อ ทะเบียนก็สามารถทำได้ทันทีพร้อมกันกับตอนที่ซื้อประกันรถและ พ.ร.บ. ได้เลย

“แต่ต้องบอกก่อนว่าบริการเสริมแบบนี้ไม่ได้มีทุกโบรกเกอร์ ก่อนซื้อประกันรถก็ลองสอบถามกับพนักงานขายดูก่อนนะครับว่ามีบริการต่อ ทะเบียนรถหรือไม่ ถ้ามีแล้วไม่ติดปัญหาทางด้านการเงินก็ทำไปเลยให้เสร็จในครั้งเดียว จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายหลายครั้ง”

เรามาลองดูว่า ต่อทะเบียนรถออนไลน์ กับต่อทะเบียนรถเองที่ขนส่ง แบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด…

การต่อทะเบียนแบบดั้งเดิมที่ขนส่ง

ข้อดี : สามารถรับเอกสารได้ทันที จ่ายเงินค่าภาษีปุ๊บคุณก็ได้ป้ายวงกลมทันที แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน

ข้อเสีย : อย่างแรกเลยต้องเสียเวลาเดินทางไปที่กรมขนส่งทางบก ถ้าในกรุงเทพฯ แทบไม่ต้องพูดถึงต้องลางาน เสียทั้งค่ารถ ค่าน้ำมัน ที่สำคัญต้องมาต่อคิวที่ขนส่งแถวยาวเหยียดค่อนข้างลำบากพอสมควร จึงไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องรีบเร่งทำงาน หรือต้องขับรถเดินทางมาไกลๆ และการชำระเงินมีช่องทางแบบเงินสดเท่านั้น

การต่อทะเบียนรถออนไลน์กับ โบรกเกอร์ หรือ กรมการขนส่งทางบก

ข้อดี : ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวที่ขนส่ง ไม่รบกวนเวลาทำงาน มีช่องทางชำระเงินที่หลากหลายทั้ง เงินสด เครดิต เดบิต Line pay โบรกเกอร์บางที่ไม่เก็บค่าบริการสามารถต่อทะเบียนรถ คุณสามารถทำพร้อมกันกับตอนซื้อประกันรถได้ทันที

ข้อเสีย : มีระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารประมาณ 7 วันทำการ ไม่สะดวกสำหรับผู้ที่มีรถเกิน 7 ปี ที่ต้องตรวจสภาพรถ และตัวแทนบางที่เก็บค่าบริการลูกค้า 300 – 500 บาท (ฉะนั้นต้องเลือกที่ไม่เสียค่าบริการ)

เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วจะเห็นได้ว่าการต่อทะเบียนรถแบบออนไลน์ มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในสถานการณ์ในยุคปัจจุบันนี้ แต่ต้องเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและไม่คิดค่าบริการทุกรูปแบบ ส่วนการต่อทะเบียนรถออนไลน์ของกรมขนส่งทางบกจะบวกเพิ่มค่าไปรษณีย์อีกนิด หน่อย ทั้งหมดนี้สุดแท้แต่คุณจะสะดวกแบบไหนนะครับ